ร้านทำผม เตรียมเปิดพัดลมแทนแอร์ลดค่าไฟ
หลังจาก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ประกาศปรับขึ้นค่าไฟงวด เดือนพ.ค.-ส.ค. 2565 เป็น 4 บาทต่อหน่วย ทำให้ คนไทยต้องเตรียมจ่ายค่าไฟแพงขึ้น โดยเฉพาะอาชีพมีต้นทุนหลัก คือ ค่าไฟฟ้า อย่าง "ร้านทำผม" บางแห่งจะใช้วิธีปรับตัว ด้วยการเปิดพัดลมแทนแอร์ลดค่าใช้จ่าย
วันนี้ 18 มี.ค. 2565 ทีมข่าวพีพีทีวีพูดคุยกับ นางธนภร ลูกแก้ว เจ้าของร้านทำผม “ธนภร ซาลอน” ย่านซอยวิภาวดี16 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เธอบอกว่าปกติที่ร้านจ่ายค่าไฟเดือนละ 4,500 บาท เพราะเปิดแอร์ตลอดวันเพื่อรับลูกค้า และยังมีเครื่องอบไอน้ำ ไดร์ฟเป่าผม อุปกรณ์ทำผมที่ต้องใช้ไฟอีกหลายประเภท ซึ่งคาดว่าเดือนเมษายนนี้ ค่าไฟจะพุ่งอีกอาจถึง 5,000 บาท เพราะอากาศร้อนจัด
และเมื่อทราบว่ารัฐบาลจะขึ้นค่าไฟเป็น 4 บาทต่อหน่วย ก็รู้สึกว่าแพงเกินไป ทำให้ทางร้านอาจจะต้องปรับตัว ด้วยการเปิดพัดลมแทนแอร์ในช่วงที่ไม่มีลูกค้า ซึ่งถ้าปรับตัวแล้วค่าไฟยังพุ่งไม่หยุด อาจจำเป็นต้องค้างชำระค่าไฟชั่วคราว เพราะปัจจุบันนี้รายได้ลดลง 50 % จากสถานการณ์โควิด จากเดิมเคยมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ก็เหลือ 20,000 บาท และยังมีค่าเช่าตึก ค่าน้ำประปา อีกไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
ราคาทองวันนี้ ปิดตลาดลด 50 บาท นักลงทุนจับตาเจรจาสันติภาพใกล้บรรลุ
จากคำนวนค่าไฟฟ้าผันแปร FT ที่ กกพ.ประกาศขึ้น รอบเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม 2565 ขึ้นมาอยู่ที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิม 1.39 สตางค์ต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อนำมาคำนวนใน เว็ปไซต์ของ การไฟฟ้านครหลวง เพื่อเปรียบเทียบค่าไฟที่ต้องจ่ายเพิ่ม
พบว่า หากใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยต่อเดือน ปัจจุบันจะจ่ายค่าไฟอยู่ที่ประมาณ 791 บาทต่อเดือน แต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป อัตราค่าไฟใหม่จะจ่ายที่ประมาณ 841 บาทต่อเดือน หรือ ขึ้นมาประมาณ 50 บาทต่อเดือน หากใช้ไฟฟ้า 300 หน่วยต่อเดือน ค่าไฟในเดือนพฤษภาคม 2565 จะเพิ่มอีกประมาณ 75 บาท และหากใช้ 400 หน่วยต่อเดือน จะต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นมาประมาณ 100 บาท โดย การขึ้นค่าไฟ จะขึ้นตามขั้นบันได คือ ยิ่งใช้ไฟเยอะ ก็จะจ่ายในอัตราที่แพงขึ้น
"คุณแม่" เปลี่ยนใจ ถอด "ทนายกฤษณะ" แล้ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB